"มันไม่มีแล้วนะท่าเรือน่ะ หนูจะไปที่ไหน"
"รู้จักแต่ท่าเรือวัดอาวุธ ฯ มีท่าเรือที่บางอ้อด้วยหรอไม่เคยรู้จัก"
"รู้จักสิ คนแถวนี้เคยใช้กันทั้งนั้นแหละ"
หลากหลายคำถามและความทรงจำเกี่ยวกับท่าเรือข้ามฟากตรงมัสยิดบางอ้อ ที่เมื่อได้สอบถามคนในชุมชนหรือบริเวณใกล้เคียงก็ได้รับคำตอบที่แตกต่างกันออกไป
.
บริเวณสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเรียงรายไปด้วยท่าเรือน้อยใหญ่ การเดินทางทางน้ำยังคงเป็นที่นิยมของผู้เดินทางเพราะมีความรวดเร็ว สะดวก บริหารเวลาได้ง่าย และสามารถหลีกเลี่ยงรถติดได้เป็นอย่างดี เรือหลากหลายชนิดวิ่งสัญจรไปมาอย่างขวักไขว่ทั้งเรือด่วน เรือท่องเที่ยว เรือขนทรายและเรือข้ามฟาก ในเขตบางพลัดเองก็มีท่าเรืออยู่หลายแห่ง ทั้งท่าเรือวัดอาวุธวิกสิตาราม ท่าเรือซังฮี้ เป็นต้น ที่ชุมชนมัสยิดบางอ้อเช่นเดียวกัน คนนอกอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าที่นี่เคยมีท่าเรือข้ามาฟากอยู่ด้วย แต่สำหรับชาวบางอ้อนี่คือท่าเรือในความทรงจำของใครหลายคน เพราะเคยใช้บริการอยู่เป็นประจำ เมื่อเดินมาทางด้านหลังมัสยิดเข้าไปยังชุมชนตรงหน้าอาคารสีเหลืองที่เป็นศาลาประชาคมจะเห็นโป๊ะเรือเก่า ๆ ยื่นตัวลงไปในแม่น้ำ ซึ่งในบริเวณนี้เองที่คนในชุมชนบอกว่าเคยเป็นท่าเรือข้ามฟากมาก่อน
.
ท่าเรือ "ยายนวม" กับ วิถีชีวิตคนบางอ้อ
ท่าเรือข้ามฟากตรงมัสยิดบางอ้อ หรือที่คนในชุมชนเรียกกันว่า "ท่าเรือยายนวม" ซึ่งเรียกตามชื่อของคุณยายนวมเจ้าของท่าเรือ เป็นท่าเรือที่คอยให้บริการรับส่งผู้คนข้ามไปมาระหว่างฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร โดยจะมีจุดจอดเรือ 2 ท่าด้วยกันคือ 1. ท่าเรือเขียวไข่กา 2.ท่าเรือวัดจันทรสโมสร ซึ่งผู้คนที่มาใช้บริการก็มีหลาหลายอาชีพทั้งคนทำงาน ครู แม่ค้า นักเรียน
"แต่ก่อนนี้เรือเป็นเรือแจวนะ พอมาตอนหลังเปลี่ยนเป็นเรือยนต์ มีชาวสวนหาบเอาหมากพลู ผลไม้ ทุเรียน มาข้ามเรือข้ามฟากไปขายที่ตลาดบางกระบือ" ป้าเลาะ ผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนมัสยิดบางอ้อได้เล่าให้ฟังถึงผู้คนที่มาใช้เรือข้ามฟากตั้งแต่อดีต พร้อมยังเล่าต่ออีกว่า
"คนที่มาข้ามส่วนใหญ่ทำงานอยู่บริษัทบุญรอดทั้งนั้น บางคนก็ทำการไฟฟ้า กรมชลประทาน ทหารก็มี บางคนก็ไปหาซื้อของที่ตลาดบางกระบือ แต่ก่อนแถวนี้ไม่ค่อยมีตลาดหรอกต้องข้ามไปฝั่งนู้น แล้วก็มีเด็กนักเรียนข้ามไปเรียนทั้งโรงเรียนวัดจันทรสโมสร โรงเรียนโยธินบูรณะ โรงเรียนราชินี มีรับเด็กนักเรียนจากฝั่งนู้นมาเรียนโรงเรียนบางอ้อด้วย แต่ก่อนโรงเรียนบางอ้อมีเด็กเป็นพันคนเลยนะ มีครูจากโรงเรียนเซ็นคาเบรียลมาสอน ครูก็ข้ามเรือมาสอนเหมือนกัน แล้วพอวันศุกร์ก็มีคนข้ามฝั่งมาละหมาดด้วย"
.
เมื่อถามต่อไปถึงเรื่องเกี่ยวกับเรือข้ามฟาก ป้าเลาะก็เรียกน้าต้อยผู้ที่เคยขับเรือข้ามฟากท่ายายนวมมาก่อนมาช่วยให้ข้อมูล
"น้าต้อยใช้ชีวิตอยู่กับเรือมาตั้งแต่ 10 กว่าขวบ เรือก็เป็นเรือยนต์เป็นเรือไม้มีอยู่ 2 ลำ นั่งได้ประมาณ 10-15 คน เรือเที่ยวแรกรอบตี 5 รอบสุดท้ายประมาณทุ่มนึง ค่าเรือตอนนั้นสลึงเดียว เมื่อซัก 40 ปีที่แล้ว แล้วก็เพิ่มมาเป็น 1 บาท ตอนหลังนี้มาเป็น 5 บาท แต่ถ้ามานอกเวลาน้าต้อยก็ไปส่งให้คิดค่าโดยสาร 20-30 บาท แต่ก่อนก็เดินเก็บตังในเรือ พอตอนหลังมามีศาลาไม้ก็นั่งเก็บเงินตรงศาลาไม้ ตอนนี้ไม่มีแล้ว"
สอดคล้องกับข้อมูลการสัมภาษณ์พี่ต่ายผู้ที่อยู่ในชุมชนวัดสามัคคีสุทธาวาส (บางพระครู) ซอยจรัญสนิทวงศ์ 85 ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและเคยใช้ท่าเรือนี้อยู่เป็นประจำพี่ต่ายได้เล่าว่า
"แต่ก่อนทางเดินเข้าไปที่ท่าเรือจะเป็นไม้กระดาน เวลาน้ำลดนะจะรู้สึกว่ามันสูงมาก จำได้ว่าคนขับเรือเป็นผู้ชายแล้วที่ท่าเรือจะมีผู้หญิงแก่ ๆ คนนึงนั่งเก็บตังอยู่ ตอนนั้น (พ.ศ.2526) ค่าเรือบาทเดียว เรือจะเป็นเรือไม้ท้องกลม มีที่นั่งซ้าย ขวาและตรงกลาง ขนาดเรือไม่ใหญ่มาก"
"ลุงของพี่ทำงานอยู่ที่บริษัทบุญรอด เวลาไปทำงานก็จะนั่งเรือข้ามฟากตรงมัสยิดไปลงที่ท่าวัดจันทรสโมสร ตรงนั้นมีหน่วยงานเยอะทั้งบริษัทบุญรอด กรมชลประทาน และไปตรงตลาดบางกระบือ จะมีร้านชุดนักเรียนน้อมจิตต์สาขาที่เก่าแก่อยู่"
.
เมื่อนั่งคุยไปได้สักพักป้าเลาะกับน้าต้อยก็ช่วยรื้อฟื้นภาพวิถีชีวิตในอดีตของบริเวณมัสยิดและท่าเรือ ที่เคยเป็นแพซุงมาก่อน ไม่ได้มีทางเดินคอนกรีตอย่างเช่นในปัจจุบัน
ป้าเลาะเล่าว่า "ตอนเป็นเด็กเวลาน้ำลดก็ลงไปเล่นตั้งเตกันบนพิ้นทราย ตอนหน้าร้อนมีคนมาเล่นว่าวและนั่งคลายร้อนที่ท่าเริอ และยังเคยว่ายน้ำข้ามไปยังวัดจันทรสโมสรด้วย" น้าต้อยก็เล่าเสริมต่อว่าเคยลากอวนที่ีแม่น้ำได้พวกกุ้ง ปลาตะเพียน ปลาเล็กปลาน้อย เวลาเย็น ๆ ก็ลงไปนอนเล่นบนพื้นแพซุงด้วย
.
เหลือเพียงความทรงจำ
พอมาถึงช่วงเวลาหนึ่งท่าเรือข้ามฟากที่เคยเป็นที่นิยมก็มีผู้คนมาใช้บริการน้อยลง และมีอีกหลากหลายปัจจัยที่ทำให้ท่าเรือนี้ได้ปิดให้บริการอย่างถาวรในปี พ.ศ.2550 ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว การได้พูดคุยกับคนในชุมชนและผู้ที่เคยใช้บริการก็ทำให้ความทรงจำของท่าเรือนี้ก็ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาจากความทรงจำอีกครั้งหนึ่ง
สัมภาษณ์
นายกำแหง พรหมลายนาค อายุ 71 ปี ชุมชนมัสยิดบางอ้อ 13 ตุลาคม 2568
นางพัฒนา บูรณวนิช อายุ 73 ปี ชุมชนมัสยิดบางอ้อ 13 ตุลาคม 2568
นางสาวพัทธมนัส ไขแสงทอง อายุ 57 ปี ชุมชนวัดสามัคคีสุทธาวาส (บางพระครู) 29 กันยายน 2568