หลักฐานจากจารึกที่ระฆังใบเก่าในวัดระบุว่า วัดหนัง หรือวัดหนังราชวรวิหาร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2260 ซึ่งตรงกับช่วงรัชสมัยพระเจ้าท้ายสระ สร้างโดยพระมหาพุทธิรักขิตกับหมื่นเพ็ชร์พิจิตร ในอดีตวัดหนังตั้งอยู่ในเขตอำเภอบางขุนเทียน จังหวัดธนบุรี ที่ปรากฏให้เห็นผ่านป้ายเก่าของวัดขณะยังมีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดธนบุรี จนกระทั่งธนบุรีรวมเข้ากับกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ทำให้ที่ตั้งวัดหนังอยู่ในเขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร
ในช่วงสมัยพระพุทธเจ้าหลวง หลวงปู่เอี่ยมหรือพระภาวนาโกศลเถระ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสของวัดหนังที่มีชื่อเสียงมาก ท่านพระครูถ่ายทอดให้ฟังว่า “วัดหนังอาจจะไม่มีชื่อเสียงโด่งดังหรือสวยงามมาก แต่ในตลาดพระ พระหลวงปู่เอี่ยมวัดหนังดังมาก ราคาไม่เคยตก ขี้เหร่หน่อยก็หลักแสน แต่ที่ดีจริงๆ ก็หลักล้าน ถามเซียนพระที่ไหนก็ได้” จากคำบอกเล่าของคนผู้สูงอายุในชุมชน คำว่า “บางช้างสวนนอก บางกอกสวนใน” ในอดีตเคยเป็นคำที่กล่าวถึงพื้นที่ 2 ส่วนคือ พื้นที่เรือกสวนไร่นาตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ของแถบบางขุนเทียน กับพื้นที่สวนของบางช้าง-อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
วัดหนังเป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ของย่านนี้ มีคำเรียกวัดในบริเวณนี้ว่า “วัดสามพี่น้อง” โดยหมายถึง วัดหนังราชวรวิหาร วัดนางนองวรวิหาร และวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร นอกจากนี้ยังมีวัดศาลาครึนด้วย ซึ่งวัดนางนองวรวิหารและวัดราชโอรสารามราชวรวิหารบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 3 ทำให้ศิลปะส่วนใหญ่ที่ปรากฏอยู่ที่วัดเป็นศิลปะแบบจีน ประดับกระเบื้องจีนตามหน้าจั่วของโบสถ์และวิหารของวัด ส่วนพระราชมารดาของรัชกาลที่ 3 ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดหนังขึ้นใหม่ ทำให้มีความเป็นไทยผสมอยู่มากกว่าวัดนางนองและวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร แต่ก็ยังมีศิลปะแบบจีนปนอยู่บ้าง
ภายในวัดหนังยังมีแหล่งเรียนรู้ที่ชื่อ “พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา” โดยมีพระครูสมุห์ไพฑูรย์ สุภาฑโร และลูกศิษย์ช่วยกันสร้างขึ้น ท่านพระครูฯ สันนิษฐานที่มาของชื่อวัดได้จาก 2 เรื่องคือ ในอดีตมีการทำตัวหนัง ที่วัดนี้เป็นจำนวนมาก และตั้งแต่สมัยสร้างวัด พื้นที่บริเวณลานวัดถูกใช้สำหรับตากหนังเพื่อเตรียมรอขึ้นหน้ากลอง ทำให้คนในชุมชนเรียกว่า “วัดหนัง”
ที่มา: https://communityarchive.sac.or.th/community/WatNang
ผู้ถ่ายภาพ: ศิวพงษ์ วงศ์คูณ นักผลิตสื่อ ศมส.